Wikia

Thailand

มรดกโลก

Talk0
6pages on
this wiki

“ดงพญาเย็น” ขึ้นชั้น “มรดกโลก” มีแล้วต้อง “หวงแหน” Edit

ข้อมูลจาก:
Dailynews.jpg

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ภาพประกอบทางอินเตอร์เน็ต เมืองไทยระยะนี้แม้จะมีเรื่องวุ่น ๆ มีเรื่องไม่ค่อยจะดีหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาไฟใต้ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันโครงการใหญ่ ๆ ของภาครัฐ ปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ปัญหาน้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่งสูง แต่ขณะเดียวกันก็ยังมี “เรื่องดี ๆ” เรื่องที่คนไทยควรจะ “ภาคภูมิใจ” ด้วยเช่นกัน...

เรื่องของ “ผืนป่าดงพญาเย็น” ก็น่าภูมิใจ ดงพญาเย็น...ล่าสุดคือหนึ่งใน “มรดกโลก”

องค์การว่าด้วยการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ผืนป่าดงพญาเย็น” หรือเดิมเรียกว่าดงพญาไฟ ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ให้เป็นมรดกโลก หลังจากก่อนหน้านี้ เมื่อสิบปีที่แล้ว องค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียน “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร” เป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2537 ทั้งนี้ สังเกตุได้ว่าสถานที่ทั้งสองแห่งล้วนเป็นมรดกโลก ซึ่งเน้นในด้านการอนุรักษ์ แต่ข้อแตกต่างของมรดกโลกทั้งสองแห่งคือ “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร” เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม แต่ “ผืนป่าดงพญาเย็น” นั้น เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เหตุที่ “ผืนป่าดงพญาเย็น” ได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลก ก็เพราะดงพญาเย็นเป็นป่าฝนเมืองร้อนที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และสัตว์เลื้อยคลานหลากหลายชนิดของไทย จึงถูกยกให้เป็น “มรดกโลก”

กับการที่สถานที่ใด-ในประเทศไหนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” นั้น...มิใช่เรื่องง่าย ๆ โดยข้อกำหนดในการพิจารณาให้สถานที่ใดเป็นมรดกโลกของทางยูเนสโกนั้น หลัก ๆ จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ “แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม” และ “แหล่งมรดกทางธรรมชาติ” ซึ่งแต่ละลักษณะก็จะมีหลักเกณฑ์เฉพาะ

สำหรับ “แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม” ก็มีหลักเกณฑ์ในรายละเอียดคือ... เป็นตัวแทนซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกลักษณ์ด้านศิลปกรรมหรือตัวแทนของความงดงาม เป็นผลงานชิ้นเอกที่จัดทำขึ้นด้วยการสร้างสรรค์อันฉลาดยิ่ง หรือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลยิ่ง ผลักดันให้เกิดการพัฒนาสืบต่อมาในด้านการออกแบบทางสถาปัตยกรรม อนุสรณ์สถาน ประติมากรรม สวน และภูมิทัศน์ ตลอดจนการพัฒนาศิลปกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือการพัฒนาการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ ซึ่งการพัฒนาเหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือบนพื้นที่ใด ๆ ของโลกซึ่งทรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม

หรือเป็นเอกลักษณ์หายากยิ่ง หรือเป็นของแท้ดั้งเดิม หรือเป็นตัวอย่างของลักษณะโดยทั่วไปของประเภทของสิ่งก่อสร้างอันเป็นตัวแทนของการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรม สังคม ศิลปกรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี อุตสาหกรรม หรือเป็นตัวอย่างของลักษณะเด่นชัด หรือขนบธรรมเนียมประเพณีแห่งสถาปัตยกรรม วิธีการก่อสร้าง หรือการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่มีความเปราะบางด้วยตัวมันเอง หรือเสื่อมสลายได้ง่ายเพราะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมที่ไม่สามารถกลับคืนดังเดิมได้ หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ หรือมีความคิดหรือความเชื่อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ หรือมีความโดดเด่นยิ่งในประวัติศาสตร์

ส่วน “แหล่งมรดกทางธรรมชาติ” มีเกณฑ์ดังนี้คือ... เป็นตัวอย่างเด่นชัดในการเป็นตัวแทนของวิวัฒนาการสำคัญ ๆ ในอดีตของโลก รวมถึงแหล่งที่เป็นตัวแทนของยุคสำคัญ ๆ ในอดีต เช่น ยุคของสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาความหลากหลายทางธรรมชาติบนพื้นโลก หรือยุคน้ำแข็ง ซึ่งมนุษย์ดึกดำบรรพ์และสิ่งแวดล้อมเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก

หรือเป็นตัวอย่างเด่นชัดในการเป็นตัวแทนของขบวนการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญทางธรณีวิทยา หรือวิวัฒนาการทางชีววิทยา และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่กำลังเกิดอยู่ในลักษณะนี้ แตกต่างจากลักษณะในข้อแรก กล่าวคือจะเน้นขบวนการที่กำลังจะเกิดอยู่ในชุมชนพืชและสัตว์ การเกิดสภาพภูมิประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดิน ทะเลและแหล่งน้ำ ผิวดิน ลักษณะดังกล่าวนี้รวมถึง... ขบวนการทางธรณีวิทยา ธารน้ำแข็ง หรือภูเขาไฟ, วิวัฒนาการทางชีววิทยา ตัวอย่างของกลุ่มสิ่งมีชีวิต เช่น ป่าไม้เขตร้อน ทะเลทราย ที่ราบทุนดรา, ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ ลักษณะภูมิประเทศที่มีการทำเกษตรกรรมแบบขั้นบันได

หรือเป็นแหล่งที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์หายากเป็นพิเศษ เช่น การเกิด หรือลักษณะ หรือแหล่งที่มีความงดงามทางธรรมชาติกว่าพื้นที่อื่น ๆ เช่น ระบบนิเวศที่มีลักษณะพิเศษ สภาพทางธรรมชาติ (เช่น ภูเขา น้ำตก แม่น้ำ) แหล่งรวมหนาแน่นของสัตว์ สภาพทิวทัศน์ที่มีพืชบางชนิดเป็นองค์ประกอบ และแหล่งรวมการผสมผสานระหว่างองค์ประกอบทางธรรมชาติและวัฒนธรรม หรือเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่หายากหรือที่ตกอยู่ในภาวะอันตราย แต่ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งรวมถึงระบบนิเวศอันเป็นแหล่งรวมความหนาแน่นของพืชและสัตว์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจด้วย

กล่าวเฉพาะประเทศไทย เดิมนั้นมีสถานที่ที่เป็น “มรดกโลก” อยู่ 4 แห่ง เป็นมรดกทางวัฒนธรรม 3 แห่งคือ... “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา” เข้าบัญชีมรดกโลกเมื่อเดือน ธ.ค. 2534, “แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง” เป็นมรดกโลกเมื่อเดือน ธ.ค. 2535, “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร” เป็นมรดกโลกในปี 2537 และเป็นมรดกทางธรรมชาติ 1 แห่งคือ “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง”

ล่าสุด “ผืนป่าดงพญาเย็น” เป็นมรดกธรรมชาติแห่งที่ 2 และเป็น “มรดกโลก” แห่งที่ 5 ของไทย

“มรดกโลก” เมืองไทยมีเพิ่ม...คนไทยควรจะภาคภูมิใจ และที่สำคัญกว่าคือต้อง “ใส่ใจ-หวงแหน-ดูแลรักษา” ให้สมกับที่ “มีคุณค่า” จนได้รับการยกย่อง !!!!.

Around Wikia's network

Random Wiki